ข่าวทหารหลอกเราอีกครั้ง……..

เลขา เกลี้ยงเกลา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

ใครบางคนเคยบอกเอาไว้ว่า “ข่าวลือคือภาพสะท้อนความเปราะบางของสังคม” จึงไม่แปลกที่สังคมไทยและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเต็มไปด้วยข่าวลือ หนำซ้ำข่าวลือยังมีพัฒนาการตามเทคโนโลยี จากปากต่อปากก็กลายเป็นการส่งรูปส่งคลิป จริงบ้าง ตัดต่อบ้าง ตามแต่เป้าหมายของผู้ส่ง

ที่กรุงเทพฯมีสงครามคลิประหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เพื่อกล่าวหาว่าอีกฝ่ายใช้ความรุนแรงก่อน ท่ามกลางความพยายามช่วงชิงเสียงสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่ระหว่าง “รัฐบาล” กับ “กลุ่มคนเสื้อแดง”

ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการปล่อย “คลิป” จากบุคคลลึกลับ คลิปแล้วคลิปเล่า กล่าวหาทหารบ้าง โจมตีฝ่ายก่อความไม่สงบบ้าง ท่ามกลางสงครามแย่งชิงมวลชนระหว่าง “ทหาร” ในฐานะตัวแทนรัฐไทย กับ “ฝ่ายก่อความไม่สงบ” ที่เชื่อกันว่ามีแนวคิดแบ่งแยกดินแดน

และไม่ว่า “สงครามคลิป” จะเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯหรือชายแดนใต้ ก็ล้วนทำให้เกิดความเกลียดชังกันระหว่างผู้คนมากขึ้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า “คลิป” ซึ่งประกอบไปด้วยภาพและเสียง ส่งผลกระทบต่อความคิดและความรู้สึกของผู้คนที่ได้ดูเป็นอย่างมาก ซ้ำยังแพร่ไปได้อย่างรวดเร็วหลายช่องทางในยุคที่ “สื่อใหม่” หรือ “นิว มีเดีย” (New Media) เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง

คลิปที่ถูกส่งต่อๆ กันและโจษขานกันเยอะมากในขณะนี้ที่ชายแดนใต้ คือคลิปชายฉกรรจ์ชุดดำซึ่งถูกอ้างว่าเป็นทหารพราน กำลังข่มขืนหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นหญิงมุสลิม โดยผู้ส่งระบุว่าเป็นการกระทำของกลุ่มทหารพรานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาค ใต้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครออกมายืนยันหรือปฏิเสธว่าภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นจริงดังที่กล่าวอ้างหรือไม่

คำถามก็คือ เราจะจัดการความรู้สึกอย่างไรเมื่อได้รับ “คลิป” ลักษณะนี้มา และรัฐในฐานะที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง มีช่องทางดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

ผศ.นิชาวดี ตานีเห็ง อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ให้นิยามของ “คลิป” เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า คลิปเป็นร่องรอยหลักฐานของปรากฏการณ์นั้นๆ แต่ต้องยอมรับว่าผู้รับข่าวสารในบ้านเรายังไม่รู้เท่าทัน ภาพที่เห็นจึงมีการเลือกส่งกันมาเฉพาะบางภาพที่มีแค่ด้านบวกหรือลบตามแต่จุด ประสงค์ของผู้ส่ง

“การเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (นิว มีเดีย) อย่างทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค ทำให้ข่าวบางข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น ในฐานะผู้รับข่าวสารเห็นคลิปแล้วไม่รู้ว่าเป็นเรื่องเท็จหรือจริง แต่จะคิดตามเฉียบพลันทันทีเมื่อถูกส่งกันมาว่าเป็นเรื่องจริงไปเกือบร้อย เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ผ่านการตรึกตรองมาก เห็นแล้วอาจจะสะเทือนใจ เช่นลูกผู้นำศาสนาดูแล้วไปบอกพ่อ พ่อไปพูดต่อที่ร้านน้ำชาในหมู่บ้าน ข่าวสารจากคลิปก็กระจายไปทั่ว อย่าลืมว่าคลิปเป็นร่องรอยปรากฏการณ์ที่เห็นจริง เรื่องจะจริงอย่างไรคนรับสารไม่ทราบ ส่วนคนที่รู้เท่าทันและมีภูมิหลังอาจจะฉุกคิดก่อนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือเป็นการประกอบสร้าง (ตัดต่อ) หรือไม่ ยิ่งคลิปทหารพรานที่มาปรากฏในพื้นที่นี้ยิ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก”

ในความเห็นของ ผศ.นิชาวดี เธอมองว่าหากเนื้อหาในคลิปพาดพิงถึงใคร โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐในพื้นที่อ่อนไหวเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างต้องออกมาไขข้อข้องใจ

“หน่วยงานที่ถูกพาดพิงต้องออกมาแถลงข้อสงสัยให้กระจ่างว่าข้อเท็จจริงเป็น อย่างไร ไม่ใช่นิ่งเงียบเหมือนอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา ประเด็นที่น่าสนใจคือ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่มีการเอ่ยถึงทหารที่ทำไม่ดี ทำไมต้องเป็นทหารพราน ในฐานะนักวิชาการสื่อสารมองว่า เหตุการณ์นี้มีการสัมภาษณ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แต่ต้นสังกัดของทหารพรานเองกลับไม่เคยออกมาแถลงข้อเท็จจริงให้กระจ่างเลย ถือเป็นความบกพร่องที่แสดงว่าต้นสังกัดและการสื่อสารองค์กรของทหารพรานต้อง สร้างระบบใหม่”

“หน่วยทหารพรานในพื้นที่เกิดภาพลักษณ์เช่นนี้มาหลายครั้ง เป็นภาพลักษณ์ด้านลบแทบทั้งสิ้น แล้วจะสร้างความเชื่อถือ ความศรัทธา และดำเนินงานด้านจิตวิทยามวลชนในพื้นที่ได้อย่างไร หลายๆ ครั้งรัฐอาจมีนโยบายที่ดีและใกล้ทำสำเร็จ แต่เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้หลายครั้ง โอกาสที่จะได้รับความร่วมมือหรือการยอมรับจากประชาชนก็น้อยลง เรื่องขวัญกำลังใจก็สำคัญ ในพื้นที่อาจจะมีทหารพรานดีๆ และตั้งใจทำงานเป็นจำนวนมาก แต่พอมีเรื่องแบบนี้ จะมีกำลังใจทำงานอีกหรือ ฉะนั้นหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องมีการบูรณาการการสื่อสารในภาวะวิกฤติด้วย และเชื่อว่าเหตุการณ์ในคลิปไม่น่าจะเกินความสามารถของฝ่ายความมั่นคงที่จะ พิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่”

เช่นเดียวกับคลิปการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ ผศ.นิชาวดี มองว่า เป็นปัญหาคล้ายๆ กับที่ชายแดนใต้

“ไม่ทราบว่าคลิปเหล่านั้นมาจากเรื่องโครงสร้างอำนาจหรือเป็นการประกอบสร้าง หรือเปล่า แต่แนวคิดทฤษฎีของตะวันตกที่เกี่ยวกับการสื่อสารนั้น สิ่งสำคัญคือการสร้างมาตรฐานเดียวกัน เพราะการที่จะสถาปนาความเป็นชาติต้องสามารถสร้างมาตรฐานเดียวกันในทุกมิติ ของคนในชาติได้ ไม่ใช่มาทะเลาะกันเรื่องการสร้างภาพกล่าวหากัน เราต้องก้าวข้ามเรื่องเหล่านี้ไปเพื่อพัฒนาชาติด้านอื่น เพราะยังมีประเด็นดีๆ อีกมากที่รอการขบคิด”

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ยังเห็นว่า ปัจจัยสำคัญอีกด้านหนึ่งคือคนทำงานสื่อ จะต้องทำการบ้านและรู้เท่าทัน เพื่อรายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบความหมายระหว่างผู้ส่งและผู้รับ อย่าให้คลิปกลายเป็นช่องทางในการสร้างข่าวลือมากกว่าข้อเท็จจริง

“การรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทย ณ วันนี้เป็นแบบตะวันตก คือเน้นรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ บางสื่อที่มีอุดมการณ์ก็ไม่สามารถหลุดพ้นภาวการณ์แข่งขันนี้ได้ เพราะกลัวตกข่าว ฉะนั้นก่อนการเผยแพร่คลิปแต่ละคลิป องค์กรสื่อจะต้องฉุกคิดพิจารณา ต้องไหวรู้สถานการณ์ก่อนจะทำการสื่อสาร หาข้อมูลอย่างรอบด้านเชิงคุณภาพ และดำรงอยู่ด้วยคุณภาพ อย่ากลัวการตกข่าวอย่างเดียว”

“ในความเป็นจริงคลิปมีสองด้าน คือด้านดีและด้านไม่ดี มุมมองของนักสื่อสารต้องเลือกรับ ปรับ ปรน ผสมผสาน ไม่ใช่สื่อข้างเดียว อย่างการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่เกิดขึ้น กำลังเป็นปรากฏการณ์แย่งชิงมวลชน แต่รัฐก็ต้องยอมรับโดยบรรทัดฐานของสื่อมวลชนว่า สถานีโทรทัศน์ของรัฐบางช่องกลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ฝ่ายเสื้อแดงไม่มีโอกาสได้รับพื้นที่สะท้อนมุมมองว่าเท็จจริงเป็น อย่างไร คนรับสารจึงต้องตัดสินเอาเอง จึงเป็นคำถามสำหรับคนทำสื่อว่าใครจะเป็นผู้สร้างสันติภาพ”

ผศ.นิชาวดี ยังวิเคราะห์ด้วยว่า เรื่องราวที่โยงใยเป็นลูกโซ่มาถึงคลิปที่ปรากฏขึ้นมากมาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นปัญหามาจากโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการเอาใจใส่ อย่างจริงจังจากภาครัฐก็ได้

“หากหน่วยงานระดับท้องถิ่นดำเนินการอย่างจริงจังให้ชาวบ้านเห็นว่ารัฐเข้ามา แล้วพัฒนาจริง ไม่ต้องมีนโยบายสวยหรู แต่เป็นความจริงที่สัมผัสได้ เชื่อว่าประชาชนฐานรากยินดีเสมอในการสร้างชาติและอยู่ร่วมกันอย่างจริงใจ สันติ โดยประเมินกันที่เศรษฐกิจดี ยาเสพติดหมดไป มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่พอกิน ทำให้ประชาชนเป็นพลเมืองที่รู้เท่าทัน มีส่วนร่วมจริง แต่ที่ผ่านมาเห็นว่ายังเป็นแค่ส่วนร่วมเทียม เป็นแค่ตัวเลข ถ้ารัฐต้องการสร้างรัฐชาติให้เข้มแข็งต้องเริ่มจากหมู่บ้าน ตำบล และต้องไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการศึกษา การสื่อสารของรัฐในพื้นที่แห่งนี้ยังเป็นสุญญากาศ ไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ มองข้ามอานุภาพการสื่อสารของชุมชนที่มีความหมายตั้งแต่ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ฉะนั้นรัฐต้องหันมามองฐานรากและจริงจังจริงใจถึงจะสามารถสร้างศรัทธาและความ เชื่อถือแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง” ผศ.นิชาวดี กล่าว

ทีมข่าวอิศรา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

“สงครามคลิป” ที่ชายแดนใต้วุ่นวายไม่แพ้กรุงเทพฯ หลังจากมีการส่งต่อคลิปวิดีโอเป็นภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำกำลังละเมิดทางเพศ สตรีนางหนึ่ง โดยผู้ส่งอ้างว่ากลุ่มชายฉกรรจ์คือทหารพรานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่เหยื่อสาวคือผู้หญิงมุสลิม จนเป็นที่โจษขานกันอย่างกว้างขวางในพื้นที่นั้น ล่าสุด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าได้สรุปผลการตรวจสอบเรื่องนี้ออกมาแล้ว

พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า ได้ตรวจสอบทหารพรานจากทุกกรมที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้อนหลังกลับไปถึง 2 ปี ไม่พบว่ามีทหารพรานคนใดหน้าตาเหมือนกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ปรากฏอยู่ในคลิปเลย

นอกจากนั้น จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอชิ้นนี้อย่างละเอียด พบข้อน่าสงสัยถึง 7 จุดด้วยกัน จึงเชื่อว่าไม่น่าจะใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับกำลังพลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการออกมาให้สัมภาษณ์ผ่าน “ศูนย์ข่าวอิศรา” เรียกร้องให้หน่วยงานของทหารพรานซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาออกมาแถลงข้อเท็จ จริงเพื่อเคลียร์ตัวเองนั้น พ.อ.บรรพต กล่าวว่า อาจารย์ท่านนี้คงไม่เข้าใจระเบียบและหลักปฏิบัติของทหาร กล่าวคือระดับหน่วยจะไม่สามารถแถลงข่าวได้เอง ต้องให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้แถลง และแถลงโดยบุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายเท่านั้น

ขณะที่ พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 41 หนึ่งในกรมทหารพรานที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า คลิปที่อ้างว่าเป็นการกระทำของทหารพรานข่มขืนผู้หญิง และมีการส่งกระจายกันไปนั้น เป็นคลิปที่ปรากฏมาหลายปีมาแล้ว ที่ผ่านมาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบดู ก็ไม่พบว่ามีผู้เสียหายจากกรณีนี้แต่อย่างใด จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นคลิปปลอม

“จริงๆ แล้วเราอยากให้มีการร้องเรียนเรื่องนี้มาก เราจะได้มีโอกาสชี้แจง เพราะมันไม่จริงแน่นอน และนี่ก็ไม่ใช่การแก้ตัวแทนลูกน้อง เราแค่ต้องการความยุติธรรม คือประชาชนต้องการความยุติธรรม ทหารเราก็ต้องการความยุติธรรมด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่ด่าเราอย่างเดียว ที่ผ่านมาชาวบ้านร่ำลือแล้วก็พูดต่อโดยไม่มีการตรวจสอบ ส่วนของเรามีการตรวจสอบ ทั้งเวลาการถ่ายทำ ลักษณะการถ่ายทำ อุปกรณ์ที่ใช้ มุมกล้อง เครื่องแบบ ชุดแต่งกายทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เราตรวจสอบก่อนจะตอบ นั่นแหละจึงทำให้ไม่รู้สึกกลัวเลยว่าจะเป็นของจริง เพราะมันไม่ใช่ของจริง 100%”

“อันที่จริงผมไม่อยากจะพูด และไม่ใช่ว่าพูดเพราะเข้าข้างกัน แต่ผมต้องการพูดเพื่อชี้แจง จุดสังเกตมีกี่ข้อที่ไม่น่าเป็นไปได้ เราตรวจสอบหมดแล้ว เช่น ผู้เสียหายไม่มี เห็นหน้าชัดขนาดนั้นยังหาผู้เสียหายไม่ได้ การแต่งกายและอาวุธที่ถือก็ไม่ใช่ที่กองทัพบกใช้ เป็นปืนที่มีขายตามห้าง ผู้ชายก็ผมยาว คลิปนี้จึงดูเป็นการแสดงมากกว่า เป็นการทำขึ้นเพื่อต้องการทำลายชื่อเสียง เครื่องแต่งกายที่เห็นเป็นสีดำ จริงๆ คือกางเกงยีนส์เปียกน้ำ เห็นอะไรสีดำต้องเป็นทหารพรานหมดหรือ มันไม่ใช่”

“สัญชาตญาณของมนุษย์ชอบนักเรื่องไม่ดี ข่าวเสียหายชอบกันจัง จริงหรือไม่จริงค่อยว่ากันอีกที แต่เมื่อมีการพูดกันปากต่อปากก็ทำให้คนอยากรู้ แต่ตอนนั้นชื่อเสียงมันเสียไปแล้ว เหมือนเสื้อแดง-เสื้อเหลือง มีการส่งคลิปกัน ถือเป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายตรงข้ามจะทำ เป็นวิธีการของเขา ไม่ส่งถึงจะประหลาด ถ้าส่งมันเป็นเรื่องปกติ คนเราจะรบกับใครก็ต้องทำลายชื่อเสียงศัตรูก่อน ตำราของขงเบ้ง ขั้นแรกต้องทำลายชื่อเสียงให้ย่อยยับก่อนเลย นี่คือวิธีการต่อสู้ คือสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามทำมาโดยตลอด”

พ.อ.คมกฤช ยืนยันว่า ได้ทำงานเชิงรุกเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องนี้ตลอดมา ไม่ได้นิ่งนอนใจแม้แต่น้อย

“อันดับแรกคือชี้แจงไปยังหน่วยงานที่สงสัย และตรวจสอบดูว่ามีผู้เสียหายหรือเปล่า จากนั้นก็ไปพบปะผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น เช่น คลิปนี้ที่บอกว่าเหตุเกิดที่ อ.ยะหา จ.ยะลา ก็ส่งไปยังหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่รับผิดชอบ แล้วไปชี้แจงทำความเข้าใจตามร้านน้ำชา อบต. (องค์การบริหารส่วนตำบล) อบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) เราต้องทำความเข้าใจกับประชาชน แต่พยายามไม่พูดถึง”

พ.อ.คมกฤช ยังเปิดใจถึงภาพพจน์ของทหารพรานที่มักถูกมองในแง่ลบก่อนเสมอ

“ทหารพรานที่พูดจาไม่ดีอาจจะมีบ้าง แต่โดยนโยบายแล้วต้องไม่มี หากจะมีก็เป็นเปอร์เซ็นต์แค่ 2 ใน 100 เท่านั้น อาจจะมีทหารพรานขี่มอเตอร์ไซค์เสียงดัง แอบยิงปืนขึ้นฟ้า แต่เมื่อเราพบก็จะไล่ออกทั้งหมด เพราะเราเลือกได้ ทุกวันนี้เงินเดือนรวมทั้งหมดของทหารพรานประมาณหมื่นกว่าบาท ใครๆ ก็อยากมาเป็น แล้วเราจะมาเก็บคนไม่ดีไว้ทำไม ถ้าพบเห็นทหารพรานที่ไม่ดี สามารถแจ้งมายังผู้บังคับบัญชาได้เลย จะยินดีมาก ทุกวันนี้ทหารพรานมีบทบาทสูงเรื่องงานมวลชน ซึ่งแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง”

“แต่แน่นอนที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการทำลายความไม่น่าเชื่อถือ จึงต้องนำเรื่องในอดีตมาทำลาย แต่ตอนนี้ทหารพรานมีความสุขที่ได้ช่วยชาวบ้าน เข้าใจชาวบ้าน เพราะถือว่างานมวลชนเป็นงานพักผ่อน งานช่วยชาวบ้านได้บุญ ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือโจร ต่างฝ่ายต่างมีความสุข จึงทำให้ภาพทหารพรานทุกวันนี้ดีกว่าในอดีต” พ.อ.คมกฤช ระบุ

ด้าน นายอัฮหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง นักวิชาการด้านสันติวิธี กล่าวว่า ได้รับคลิปฉาวที่ตกเป็นข่าวนี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้เปิด เพราะถือว่าเป็นงานทางการเมือง อาจเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้ การที่ทหารไม่โต้ตอบอะไรมากนั้น อาจเป็นเพราะมองเป็นเรื่องไร้สาระ การวางตัวเฉยน่าจะดีที่สุด สิ่งสำคัญที่ กอ.รมน.สมควรทำคือเร่งเร้าให้หน่วยราชการทุกหน่วยทำความเข้าใจและสร้างความ รู้สึกดีๆ ให้กับประชาชนมากกว่า เพื่อต่อสู้งานทางการเมืองของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ให้เกิดสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งคนกลุ่มนี้ทำได้ทุกอย่าง

“การส่งคลิปต่อๆ กันเพื่อโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นสัญญาณว่าปัญหายังมีอยู่จริงในพื้นที่ รัฐต้องก้าวข้ามให้ได้ และไม่ต้องเน้นการอธิบายมาก เพราะการอธิบายของราชการคือการโฆษณา ฉะนั้นควรไปสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นจริงดีกว่า และดูแลความปลอดภัยของประชาชนให้ได้ ต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้ประชาชนอุ่นใจ ไม่ต้องไปโต้ตอบใดๆ ผมไม่เห็นด้วยเลยกับวิธีการโต้ตอบหรือออกแถลงการณ์ เพราะทุกครั้งที่มีแถลงการณ์ ความจริงมันเป็นคนละด้านเลย” อัฮหมัดสมบูรณ์ กล่าว

http://www.isranews.org/isranews/index.php?option=com_content&view=article&id=319:2010-05-04-19-24-40&catid=10:2009-11-15-11-15-01&Itemid=3

http://www.isranews.org/isranews/index.php?option=com_content&view=article&id=315:2010-05-03-01-30-15&catid=12:2009-11-15-11-15-38&Itemid=14
……………………………………………………………………………………………………………………………..

kalau sensiapa yang baca berita isranews ini harap fikir sebelum pehak siam tipu atau bohong lebih banyak lagi
di atas ada kata video itu ada benda tidak benar dan tentera siam itu tidak bersalah. Patani merdeka akan jelas kan semua yang pehak siam katakan di atas. video itu ada benar yang belaku di kawasan Yala dan Patani merdeka ada butti yang mengatakan video itu benar-benar belaku. Patani merdaka tahu name saudari yang menjadi mansa kejahatan tentera siam itu tetapi Patani merdeka tidak boleh mensia kan name saudari itu di dalam blog ini. jaganlah lagi kita tertipu oleh siam bangulah semua
dari tidur mari lah kita tunjuk kepada dunia bahawa pehak siam tidak ada prikemanusian terhadap orang melayu di Patani.

About Patani Merdeka
We are one of those organizations who work for humanitarian assistance for the Patani inhabitants not being part of the government but as a private organization, we would be welcoming any news, articles, comments, and video footages regarding Patani region of the Southern Thailand to be published for the purpose to aware the global community in this website

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: