วงในเผย “แกนนำพูโล” เตรียมตั้งศูนย์อาสาแก้ปัญหาชายแดนใต้

ยะลา – แหล่งข่าววงในเผยแกนนำสมาชิกขบวนการพูโลภาคพื้นยุโรป เตรียมรวมตัว จัดตั้งกลุ่มอาสาแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีแผนเข้าพบรัฐบาลมาเลเซียเพื่อหารือเรื่องการปรับลดค่าธรรมเนียมอนุญาตทำงานในมาเลเซีย พร้อมหนุนปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ชายแดนใต้

วันนี้ (23 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า หน่วยข่าวพลเรือนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า แกนนำสมาชิกขบวนการพูโลยุโรป พร้อมพวก เดินทางกลับจากต่างประเทศมายังจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเปิดศูนย์ประชาชน อาสาพัฒนา แก้ไขปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่จังหวัดยะลา อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการพบปะบรรดาผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา บุคคลสำคัญในวงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และใช้เป็นสำนักงานของคณะทำงาน ซึ่งกำหนดจะตั้งสำนักงานในเร็วๆ นี้

โดยหลังจากเปิดสำนักงานแล้ว คณะทำงานจะเริ่มทำงานทันที โดยเรื่องแรก คือ การไปร่วมประชุมการขอปรับลดค่าธรรมเนียมในอนุญาตการทำงานในประเทศมาเลเซีย โดยมีกำหนดการเข้าพบ ดาโต๊ะ อัชมี ฮามิด บิดิน เลขานุการรัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย และขอทราบผลการเจรจาเสร็จสิ้นภายในเดือน ธ.ค. นี้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการพบปะกับผู้แทน รมต.เกษตร มาเลเซีย เกี่ยวกับโครงการปลูกปาร์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนในพื้นที่มีกำหนดการเข้าพบท่านจุฬาราชมนตรี เพื่อขอคำปรึกษาหารือ การก่อตั้งชมรมนักวิชาการอิสลามอูลาม่า โดยมีเป้าหมายมุ่งหวังที่จะใช้ ชมรมเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้

แหล่งข่าวคนเดียวกัน ยังเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมแกนนำสมาชิกขบวนการกลับมารายงานตัว ตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งจากการประสานงานกับแกนนำต่างๆ ประกอบด้วย ขบวนการพูโล บีอาร์เอ็น บีเอ็นพีพี มีการแจ้งความประสงจะกลับมาร่วมโครงการนี้ ประกอบด้วย ดร.ฟาเดร์ เจะมาน หะยีแม ซอเราะ อยู่ที่ประเทศสวีเดน พูโล นายฮาซัน ตอยิบ พูโล อยู่ที่ มาเลเซีย ซึ่งรับว่าเป็นผู้ที่ให้การดูแลเรื่องที่พักให้กับ นายมะแซ อุเซ็ง และนายสะแปอิง บาซอ โดยมีแผนจะรวมตัวแกนนำกลับมารายงานตัว เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นกรณีพิเศษ เนื่องในวโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554

ด้าน พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า หลักฐานทางการข่าว แจ้งว่า ขบวนการเกิดความแตกแยกภายใน ระดับแกนนำบางคนบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง ที่ก่อเหตุกับกลุ่มผู้บริสุทธิ์ พัวพันกับกลุ่มค้ายาเสพติด กระทำการอุจอาจฆ่ากันในมัสยิด ลอบวางระเบิดในเดือนถือศีลอด ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบกลายเป็นมุสลิมด้วยกันเป็นต้น เป็นไปได้ที่บรรดาแกนนำเหล่านี้ จะหาวิธีการอื่นที่อยากให้ความเป็นธรรมกับสังคม แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริง โดยใช้สันติวิธี การรวมตัวได้จะเป็นทางออกที่ดีให้กับประชาชน

และในขณะเดียวกัน จะทำให้ขบวนการที่ใช้ความรุนแรงจะหมดโอกาสไปในที่สุดด้วย ทั้งนี้ ขบวนการต้องมาพิจารณาตัวเองว่า การที่ได้ฆ่าคนเป็นจำนวนมากนั้นได้อะไร ยิ่งทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาลงเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่ต้องการความเป็นอิสระในการทำมาหากิน การศึกษาหาความรู้ ดังนั้นในสภาพการณ์เริ่มจะทำให้คนดีเกิดความแข็งแรงมากขึ้น

ดังนั้น โอกาสที่คนไม่ดีจะมาแอบอยู่หลังคนดีนั้นจะไม่มีที่ยืน ในที่สุดจะกลายพันธุ์ออกมาต่อสู้ในทางสันติมากขึ้น ซึ่งตรงกับนโยบายที่ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 มั่นใจว่าหากสามารถมาคุยกันได้ด้วยความจริงใจต่อกัน ก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้

รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากล่าวอีกว่า ถือว่าเป็นข่าวดีหรือมิติใหม่ของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชาชนต้องการความเป็นธรรมด้วยการใช้การเมือง หรือใช้ความสันติวิธี ที่ไม่ทำให้คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งปัจจุบันประตูช่องทางที่จะร้องทุกข์ นั้นมีอยู่มากมาย อาทิ ศอ.บต.เป็นต้น
ที่มา..http://www.manager.co.th
…………………………………………………………………………………

คำกล่าวของ. PULO
26/09/2011
รัฐไทยยังไม่เลิกการอ้างอิงและกล่าวหาที่ไร้เหตุผล

การที่รัฐไทยนำโดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังจะบอกกับชนชาวมลายูปาตานีว่า เขตยึดครองส่วนนี้ยังต้องอยู่ในกำมือของทหารอีกต่อไป(เหมือนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์และรัฐบาลชุดก่อนๆ)จึงต้องสยบจำยอมโดยการเปลี่ยนชื่อ ศอ.บต. เป็น ศบ.กช. โฆษณาชวนเชื่อป้ายสีฝ่ายขบวนการฯว่ามีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีความแตกแยกภายในนั้น เข้าทำนองที่ว่าต้องว่าเขาเพราะอิเหนากำลังเป็นเอง!

ล่าสุด พล.ตรี อัคร (ทิพรส) รอง ผอ. รมน.ภาค 4ได้เปิดเผยในหน้านสพ.รายวันออนไลน์23 กันยายน 2554ฉบับหนึ่งเสมือนว่าได้ล่วงรู้ล้วงตับตักข้อมูลจากแกนนำคนสำคัญของขบวนการฯว่าจะมีการร่วมมือพัฒนาชาติจักรวรรดิ์นิยมไทยนั้น แท้จริงแล้วน่าจะเป็นเรื่องตลกที่มีต้นตอมาจากคำอ้างอิงจากแฟ้มข้อมุลผิดๆเก่าๆ เพื่อสร้างสถานการณ์ในยามที่ ศอ.บต.กำลังจะกลายพันธุ์ หรือไม่ก็อาจจะได้รับคำให้การจากปากตำแยเพื่อหวังผลตอบแทนซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันที่เคยสบโอกาสเข้าพบเลขาฯศอ.บต.ที่ได้อ้างว่าเป็นถึงหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธของพูโล ทั้งๆที่เขาเองนั้นไม่เป็นที่ยอมรับแม้แต่ตามร้านกาแฟ ในการนี้ ถ้าหากว่ารัฐไทยยังขีนพยายามหาแนวทางนอกกรอบเพื่อตบตาชาวบ้านและยังรับคนไม่ดีที่มักมาแอบอ้างอยู่หลังคนดีๆทั่วๆไปที่ทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างจริงจังและสุจริต แสดงว่ารัฐไทยเองก็มีเจตนาที่จะเบี่ยงเบนทิศทางที่จะนำไปสู่ทางออกที่ทุกฝ่ายคาดหวัง ยอมรับ เป็นธรรมและยั่งยืน

ขึ้นชิ่อว่าเป็นขบวนการฯหรือแนวร่วมฯที่อาสาเสียสละเพื่อปกป้องสิทธิและชาติพันธุ์ชนชาวมลายู-มุสลิมปาตานี ย่อมตระหนักอยู่เสมอว่าจะไม่กระทำการใดๆในภาครวมโดยพลการหรือในสิ่งที่ไม่อาจนำไปสู่การยอมรับและบรรลุข้อตกลงร่วมกันของทุกฝ่ายในที่สุดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการรักษาผลประโยชน์ของชนชาวมลายูปาตานี ฉะนั้นเมื่อใดก็ตามที่มีการนำเสนอเรื่องราวที่ไม่ได้ผ่านการยอมรับของทุกภาคส่วนแล้ว แน่นอนที่สุดเรื่องดังกล่าวย่อมเป็นเพียงแค่เพื่อผลประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือส่วนตัวเท่านั้นเอง

พล.ตรี อัคร ยังได้สาธยายตามคำบอกเล่าของคน-ช่างจำนรรจา-รายนั้นอีกด้วยว่าฝ่ายแกนนำของขบวนการฯเกิดความแตกแยกนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่าระดับนายพลอย่างท่านที่ช่ำชองเรี่องระเบียบการ ยังปักใจเชื่อคนไร้อุดมการณ์เช่นนั้นได้อย่างไร? ทั้งๆทุกองค์กรย่อมธรรมดาที่จะมีความคิดเห็นต่างแต่ก็เพื่อสร้างสรรค์ในนามพลังมวลชน ปรากฏการณ์อันทรงพลังที่ไม่มีใครจะสามารถหยุดยั้งหรือทำลายลงได้ แล้วก็เป็นเรื่องธรรมดาเช่นกันที่จะเกิดปรากฏการณ์พลังแฝงแห่งความชั่วเข้ามาทันทีได้ พลังอันหลังนี้หรือคือมิตรสหายของพล.ตรี อัคร? ขนาดรัฐไทยเองก็มีการตั้งคณะกรรมการปรองดอง คอป. ฯลฯ เหล่านี้คือสิ่งบ่งบอกถึงความแตกแยกที่หนักหน่วงในทุกระดับในสังคมรัฐไทยมิใช่หรือ? แล้วเหตุไฉน เมื่อสิ้นคิดแล้ว ยังต้องเมีความพยายามที่จะเกี่ยวโยงขบวนการฯกับการค้ายาเสพติดเพื่อทำลายภาพลักษณ์กันอีกด้วย ไร้สาระ!

อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ปฎิเสธว่ามีกลุ่มมิชฉาชีพในบรรดามลายูมุสลิมจำหน่ายยาเสพติดอยู่ด้วย ถึงกระนั้นก็เกิดจากการชักนำของเจ้าหน้าที่รัฐไทยในพื้นที่บางคนเพื่อทำธุระกิจนอกระบบร่วมกัน มิฉะนั้นแล้วจะผ่านด่านตรวจแต่ละจุดที่ห่างกันแค่ไม่กี่กิโลเมตรได้อย่างไร? บ้างก็ปลูกฝังพฤติกรรมข่มขู่ ข่มเหงที่เป็นบ่อเกิดแห่งความรุนแรงทวีขึ้นเรื่อยๆ แล้วปาตานี นครแห่งสันติ จะสงบสุขลงได้อย่างไร?

เพราะฉะนั้น เราใคร่อยากให้ท่านผู้มีเกียรติที่รักสันติทั้งหลาย จงใช้วิจารณญาณในการบริโภคสื่อของจักรวรรดิ์นิยมไทยมา ณ ที่นี้ด้วย

PULO Info

About Patani Merdeka
We are one of those organizations who work for humanitarian assistance for the Patani inhabitants not being part of the government but as a private organization, we would be welcoming any news, articles, comments, and video footages regarding Patani region of the Southern Thailand to be published for the purpose to aware the global community in this website

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: